ความเป็นมาของ Facebook ที่ทำให้เด็กหนุ่มเป็นเศรษฐี
Facebook คืออะไร
Facebook ก็คือ Soical Networking เว็บไซต์หนึ่งที่มีผู้นิยมใช้งานกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เพียงแค่เราสมัครเป็นสมาชิกกับ Facebook
เราก็จะสามารถแบ่งปันข้อมูล รูปภาพ ความรู้สึกผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ Facebook ได้ และที่สำคัญมากที่เป็นจุดประสงค์หลักของ
Facebook ก็คือ การหาเพื่อนเก่าผ่านทาง Facebook และสามารถหาเพื่อนใหม่ๆ ได้จากทุกมุมโลกเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่า Facebook
จะมีหลักการเช่นเดียวกันการบันทึกลง "หนังสือรุ่น" นั่นเอง แต่แน่นอน เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ Facebook จึงทำอะไรๆ ได้มากมายก็ หนังสือรุ่นธรรมดา
ที่มาของ Facebook
จุดเริ่มต้นมาจาก Mr. Mark Zuckerburg ในสมัยที่เป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้แนวคิดมาจาก
การเขียนหนังสือที่ใช้สำหรับแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่ในชั้นเรียน และนำมาดัดแปลงมาเป็นเว็บไซต์ในโลกของอินเตอร์เน็ต
เริ่มต้นก็ใช้ในระดับมหาวิทยาลัย และแพร่กระจายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งล่าสุดมีผู้ที่เป้นสมาชิก Facebook มากถึง 500 ล้านคนแล้ว
เรียกว่าปัจจุบัน Mr. Mark Zuckerburg ได้กลายเป็นเศรษฐีที่อายุน้อยคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว ปัจจุบัน Facebook
ได้มีการแปลเป็นภาษามากมาย รวมทั้งภาษาไทยด้วย และที่ทำให้เป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วมากขึ้น เห็นจะมาจากการให้บริการฟรี
แหล่งที่มา www.voicetv.co.th
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวประจำสัปดาห์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวประจำสัปดาห์ แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวประจำสัปดาห์ที่5
Facebook เพิ่มหน้าเว็บเป็นส่วนตัวบนมือถือ
Facebook ได้เพิ่มหน้าเว็บปรับแต่งการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนมือถือ โดยให้ผู้ใช้เข้าไปที่ m.facebook.com/privacy โดยตรง หรือเข้าหน้า Settings แล้วคลิกลิงก์ Change ในหัวข้อ Privacy Settings
เท่าที่เห็นจากรูปในเว็บที่มา (เนื่องจากบัญชีผู้ใช้ของผมยังเข้าถึงหน้าเว็บดังกล่าวไม่ได้) เราสามารถเลือกได้ว่าเพื่อนกลุ่มใด (เพื่อนเท่านั้น เพื่อนของเพื่อน หรือทุกคน) จะสามารถมองเห็นคอนเทนต์ที่เราโพสต์ นอกจากนั้นยังสามารถเรียกดู (เข้าใจว่าแก้ไขได้ด้วย) การตั้งค่าไดเร็กทอรีข้อมูลพื้นฐานให้คนอื่นสามารถค้นหาเราได้ การตั้งค่าหน้าโปรไฟล์ที่จะปรากฏเมื่อมีคนค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิ้น รวมถึงรายชื่อผู้ที่ถูกบล็อคได้ด้วย
ใครเข้าถึงหน้าเว็บ m.facebook.com/privacy ได้แล้วช่วยมาเล่าสู่กันฟังหน่อย ว่ามีการตั้งค่าอะไรบ้าง ขอบคุณครับ :D
ที่มา: www.FacebookBlog.com
Facebook ได้เพิ่มหน้าเว็บปรับแต่งการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนมือถือ โดยให้ผู้ใช้เข้าไปที่ m.facebook.com/privacy โดยตรง หรือเข้าหน้า Settings แล้วคลิกลิงก์ Change ในหัวข้อ Privacy Settings
เท่าที่เห็นจากรูปในเว็บที่มา (เนื่องจากบัญชีผู้ใช้ของผมยังเข้าถึงหน้าเว็บดังกล่าวไม่ได้) เราสามารถเลือกได้ว่าเพื่อนกลุ่มใด (เพื่อนเท่านั้น เพื่อนของเพื่อน หรือทุกคน) จะสามารถมองเห็นคอนเทนต์ที่เราโพสต์ นอกจากนั้นยังสามารถเรียกดู (เข้าใจว่าแก้ไขได้ด้วย) การตั้งค่าไดเร็กทอรีข้อมูลพื้นฐานให้คนอื่นสามารถค้นหาเราได้ การตั้งค่าหน้าโปรไฟล์ที่จะปรากฏเมื่อมีคนค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิ้น รวมถึงรายชื่อผู้ที่ถูกบล็อคได้ด้วย
ใครเข้าถึงหน้าเว็บ m.facebook.com/privacy ได้แล้วช่วยมาเล่าสู่กันฟังหน่อย ว่ามีการตั้งค่าอะไรบ้าง ขอบคุณครับ :D
ที่มา: www.FacebookBlog.com
ข่าวประจำสัปดาห์ที่4
Facelook กับการได้งานหรือตกงาน

นาทีนี้ใครไม่รู้จักเจ้า หน้าหนังสือ face book
social network ที่มีประชากรมากมายเล่นกันทั่วโลก เห็นทีจะตามโลกไม่ทันแน่
ถูกจัดให้เป็นประเทศเฟซบุ๊คที่มีคนมากเป็นอันดับสี่ของโลกรองจากจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา
แต่ใครที่เล่นไม่เป็นเวลา ไม่บันยะบันยัง ต้องขอเตือน
ไม่ใช่แค่เล่นในเวลางานแล้วเสียงานเท่านั้น
แต่ตอนนี้บริษัทใหญ่ ๆ ที่ก้าวหน้า เค้าจะตรวจสอบคนที่มาสมัครงานไว้จาก face book
ใครนิสัยอย่างไร ทัศนคติเป็นแบบไหน เหมาะกับงานหรือเปล่า
เป็นคนสำมะเลเทเมาหรือคนดูแลสุขภาพ อะไรที่ปิดไว้ตอนสัมภาษณ์ รับรองว่าปิดไม่มิดแน่
อีกเรื่องที่น่ากลัวคือ เขาจะดูไปถึงความถี่ที่เข้าไปใช้งาน
เรียกว่าใครวัน ๆ เอาแต่เล่น เดี่ยวอัพเดท อยู่บ่อย ๆ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเอาอาจสุ่มดูได้
หรือกำลังสมัครงานอยู่ เขาอาจไม่เรียกสัมภาษณ์เน้อ
เฮ้อ โลกสมัยใหม่ ก็ต้องตามกันให้ทัน ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ
เลือกใช้ให้ถูกกับตัวเอง เลือกดีก็ได้ดี นะ
ความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่าเป็นข้อมูลที่นำมาใช้ตัดสินใจได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ที่มา : http://www.never-age.com

นาทีนี้ใครไม่รู้จักเจ้า หน้าหนังสือ face book
social network ที่มีประชากรมากมายเล่นกันทั่วโลก เห็นทีจะตามโลกไม่ทันแน่
ถูกจัดให้เป็นประเทศเฟซบุ๊คที่มีคนมากเป็นอันดับสี่ของโลกรองจากจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา
แต่ใครที่เล่นไม่เป็นเวลา ไม่บันยะบันยัง ต้องขอเตือน
ไม่ใช่แค่เล่นในเวลางานแล้วเสียงานเท่านั้น
แต่ตอนนี้บริษัทใหญ่ ๆ ที่ก้าวหน้า เค้าจะตรวจสอบคนที่มาสมัครงานไว้จาก face book
ใครนิสัยอย่างไร ทัศนคติเป็นแบบไหน เหมาะกับงานหรือเปล่า
เป็นคนสำมะเลเทเมาหรือคนดูแลสุขภาพ อะไรที่ปิดไว้ตอนสัมภาษณ์ รับรองว่าปิดไม่มิดแน่
อีกเรื่องที่น่ากลัวคือ เขาจะดูไปถึงความถี่ที่เข้าไปใช้งาน
เรียกว่าใครวัน ๆ เอาแต่เล่น เดี่ยวอัพเดท อยู่บ่อย ๆ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเอาอาจสุ่มดูได้
หรือกำลังสมัครงานอยู่ เขาอาจไม่เรียกสัมภาษณ์เน้อ
เฮ้อ โลกสมัยใหม่ ก็ต้องตามกันให้ทัน ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ
เลือกใช้ให้ถูกกับตัวเอง เลือกดีก็ได้ดี นะ
ความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่าเป็นข้อมูลที่นำมาใช้ตัดสินใจได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ที่มา : http://www.never-age.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)